
เตรียมใจและเตรียมการ: พินัยกรรมชีวิต (Living Will) สิ่งที่ลูกหลานควรคุยกับพ่อแม่เพื่อส่งต่อความรักให้ถึงเป้าหมาย
การพูดถึง “วาระสุดท้ายของชีวิต” มักถูกมองว่าเป็นเรื่องอัปมงคลหรือเป็นเรื่องที่คนในครอบครัวหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง แต่ในความเป็นจริง การพูดคุยเรื่องนี้อย่างเปิดเผยและวางแผนให้ชัดเจนกลับเป็น “การแสดงความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ที่ลูกหลานสามารถทำให้แก่พ่อแม่ได้ ที่ บ้านแสนรัก เราให้ความสำคัญกับการ “เคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ” จนถึงวินาทีสุดท้าย และเครื่องมือที่จะช่วยให้ความปรารถนาของท่านเป็นจริงได้ ก็คือ “พินัยกรรมชีวิต” (Living Will) หรือเอกสารแสดงเจตนาทางการแพทย์ค่ะ
พินัยกรรมชีวิตคืออะไร และทำไมถึงจำเป็น?
พินัยกรรมชีวิต คือเอกสารที่บุคคลจัดทำขึ้นเพื่อแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อตนเองอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต หรืออยู่ในภาวะที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ เช่น โรคในระยะท้ายของชีวิต หรือภาวะสมองตาย จะขอปฏิเสธการรักษาที่เพียงแต่ยื้อความตายหรือเป็นการทรมานร่างกายเกินควร เช่น การปั๊มหัวใจ (CPR) การใส่ท่อช่วยหายใจ หรือการใช้เครื่องพยุงชีพ โดยประสงค์จะจากไปอย่างสงบตามธรรมชาติ
การมีเอกสารนี้ไม่ได้หมายถึงการเร่งให้ตายเร็วขึ้น แต่เป็นการ “คืนสิทธิในการตัดสินใจ” ให้กับผู้สูงอายุ เพื่อให้ท่านสามารถเลือกได้ว่าต้องการเผชิญหน้ากับวาระสุดท้ายในรูปแบบใด โดยไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับเทคนิคทางการแพทย์ที่ท่านอาจไม่ต้องการ
ทำไมลูกหลานถึงต้องเริ่มพูดคุยเรื่องนี้?
บ่อยครั้งที่ลูกหลานต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจ เมื่อพ่อแม่เข้าสู่ภาวะวิกฤตและต้องตัดสินใจว่า “จะยื้อต่อไปหรือไม่?” หากไม่มีการวางแผนมาก่อน ลูกหลานมักตัดสินใจด้วยความกังวลและความรู้สึกผิด จนกลายเป็นการยื้อชีวิตโดยที่ผู้ป่วยไม่ได้ต้องการจริงๆ การพูดคุยเรื่องนี้ในวันที่ท่านยังแข็งแรงดี จะช่วยลดความกดดันของครอบครัว และทำให้มั่นใจว่าทุกการตัดสินใจในวันข้างหน้า คือสิ่งที่พ่อแม่ต้องการอย่างแท้จริง
5 ขั้นตอนเตรียมตัวทำพินัยกรรมชีวิตให้สมบูรณ์
1. เริ่มต้นด้วยการเลือก “จังหวะและเวลา”
อย่าเริ่มหัวข้อนี้ในวันที่ท่านป่วยหนัก แต่ควรเริ่มในช่วงที่ทุกคนมีสุขภาพดีและจิตใจแจ่มใส อาจใช้โอกาสที่มีการพูดคุยถึงแผนการเกษียณ หรือการวางแผนการเงิน เป็นจุดเชื่อมโยงเข้าสู่เรื่องการวางแผนสุขภาพช่วงสุดท้าย
2. รับฟังความปรารถนาของท่านโดยไม่ตัดสิน
สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งใจฟัง ว่าท่านกังวลเรื่องอะไร หรือปรารถนาแบบไหน บางท่านอาจต้องการจากไปที่บ้าน หรือบางท่านอาจต้องการเพียงการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) เพื่อลดความเจ็บปวด โดยไม่ต้องพึ่งพาท่อหรือเครื่องมือยุ่งยาก ให้ท่านได้ระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมาอย่างเต็มที่
3. ร่างหนังสือแสดงเจตนา (Living Will)
ในประเทศไทยสามารถจัดทำหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 แห่งพรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มมาตรฐานจากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มากรอกรายละเอียด ระบุตัวบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ตัดสินใจแทน (Health Care Proxy) และมีพยานลงนามรับรอง
4. ทำความเข้าใจการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care)
ต้องทำความเข้าใจว่า “การปฏิเสธการรักษาเพื่อยื้อชีวิต” ไม่ได้หมายถึง “การทอดทิ้ง” แต่หมายถึงการเปลี่ยนเป้าหมายจากการรักษาที่เน้นการยื้อลมหายใจ มาเป็นการเน้นที่ “คุณภาพชีวิต” การดูแลแบบประคับประคองจะให้ความสำคัญกับความสบายของผู้ป่วย การจัดการความเจ็บปวด และการประคับประคองจิตใจของครอบครัวเป็นหลัก
5. เก็บรักษาและบอกกล่าวทุกคนในครอบครัว
เมื่อทำเอกสารเรียบร้อยแล้ว ควรสำเนาแจกจ่ายให้สมาชิกในครอบครัว รวมถึงแพทย์ประจำตัว หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ท่านพักอยู่ทราบเจตจำนง เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันเมื่อถึงเวลาที่จำเป็น
ที่ บ้านแสนรัก เราถือว่าพินัยกรรมชีวิตเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดูแลด้วยความเคารพ เรามีกระบวนการให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่สำคัญที่สุด เจตนาของท่านจะได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องและสมเกียรติ
เราไม่ได้มองว่าการวางแผนเรื่องวาระสุดท้ายเป็นเรื่องเศร้า แต่เรามองว่าเป็นความรับผิดชอบที่งดงาม ที่จะช่วยให้คนที่เรารักจากไปในแบบที่ท่านเลือกและปรารถนา การส่งท่านมาดูแลที่บ้านแสนรัก จึงมั่นใจได้ว่าเราจะไม่เพียงแค่ดูแลสุขภาพของท่านในยามปกติ แต่เราจะดูแลท่านอย่างถึงที่สุดด้วยความเข้าใจในวิถีชีวิตและคุณค่าที่ท่านยึดถือเสมอมา เพราะเราเชื่อว่า “การจากไปอย่างมีความสุข คือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบของชีวิตที่ผ่านการใช้มาอย่างคุ้มค่าค่ะ”



