เสียงไอตอนป้อนข้าว: สิ่งที่คนดูแลต้องไม่มองข้าม

ตอนนั้นเราคิดว่าพ่อแค่กินเร็วไป พ่อไอตอนดื่มน้ำมาสักพักแล้ว บางทีก็มีเสียงครืดคราดในลำคอหลังกินข้าว เราก็ลูบหลังให้ แล้วบอกว่าค่อย ๆ กินนะพ่อ จนคืนหนึ่งพ่อมีไข้ หายใจเร็วผิดปกติ พอไปถึงโรงพยาบาล หมอบอกว่าเป็นปอดอักเสบจากการสำลัก สิ่งที่ผมได้เรียนรู้วันนั้นคือ สำหรับผู้ป่วยติดเตียง อาหารและน้ำที่หลุดลงหลอดลมไม่ได้ทำให้แค่ไอ มันคือสาเหตุของการเจ็บป่วยรุนแรงที่ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง

ทำไมผู้ป่วยติดเตียงถึงสำลักง่าย

กล้ามเนื้อที่ใช้กลืนอ่อนแรงลงเหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกาย ผู้ป่วยหลังเส้นเลือดสมองหรือมีภาวะทางระบบประสาทมักมีปัญหาการกลืนโดยตรง บางท่านรู้สึกตัวไม่เต็มที่ ไอไม่แรงพอจะขับสิ่งแปลกปลอมออกมา และที่หลายบ้านไม่รู้คือ ผู้ป่วยบางรายสำลักแบบเงียบ ๆ คือไม่ไอเลย ทั้งที่มีอาหารลงหลอดลมไปแล้ว

สัญญาณว่าท่านกลืนลำบาก

ไอหรือเสียงเปลี่ยนเป็นครืดคราดหลังกลืนทุกครั้ง ใช้เวลาเคี้ยวนานผิดปกติ มีอาหารค้างในกระพุ้งแก้ม น้ำลายไหลมากขึ้น กินแล้วเหนื่อย ปฏิเสธอาหารทั้งที่เคยชอบ หรือน้ำหนักลดต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุ ถ้าเจอข้อเหล่านี้ ควรให้แพทย์ประเมินการกลืน อย่าเพิ่งเปลี่ยนวิธีให้อาหารเอง

ท่าทางสำคัญพอ ๆ กับอาหาร

โดยทั่วไปควรให้ท่านอยู่ในท่าศีรษะสูงขณะให้อาหาร ประมาณ 30 ถึง 45 องศาหรือมากกว่าตามที่ทีมพยาบาลแนะนำ และคงท่านั้นไว้อีกอย่างน้อยประมาณ 30 นาทีหลังอาหาร ไม่ควรให้ท่านนอนราบทันที การรีบวางท่านลงเพราะยังมีงานอื่นรออยู่ คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในบ้านที่ทุกคนเหนื่อย

ปั่นละเอียดไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป

หลายบ้านแก้ปัญหาด้วยการปั่นทุกอย่างให้เหลวที่สุด แต่ของเหลวใสกลับไหลเร็วและสำลักง่ายกว่าอาหารข้นในผู้ป่วยบางราย ระดับความข้นที่เหมาะสมต่างกันไปในแต่ละคน จึงควรให้แพทย์ นักกิจกรรมบำบัด หรือทีมพยาบาลเป็นคนประเมินและกำหนดให้

สำหรับท่านที่ใช้สายให้อาหาร

การมีสายให้อาหารไม่ใช่เรื่องน่ากลัว มันคือทางที่ทำให้ท่านได้รับสารอาหารครบเมื่อกินทางปากไม่ปลอดภัย แต่มันมาพร้อมรายละเอียดที่ต้องทำให้ถูกทุกครั้ง

ก่อนให้อาหารทุกมื้อ

ตรวจสอบตำแหน่งสายตามวิธีที่พยาบาลสอนไว้ สังเกตว่าสายเลื่อนจากตำแหน่งเดิมหรือไม่ โดยดูจากรอยมาร์กที่ทำไว้ จัดท่าศีรษะสูงก่อนเริ่มเสมอ ให้อาหารช้า ๆ ไม่ดันเร็ว และหยุดทันทีถ้าท่านไอ อาเจียน หน้าเปลี่ยนสี หรือหายใจลำบาก แล้วโทรปรึกษาทีมที่ดูแล

ความสะอาดคือหัวใจ

ล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสอุปกรณ์ ล้างกระบอกและสายให้สะอาดตามคำแนะนำ ไม่ผสมอาหารทิ้งไว้นานเกินเวลาที่กำหนด และเก็บอาหารสูตรที่เปิดแล้วตามวิธีที่ระบุไว้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ติดเชื้อในทางเดินอาหารได้ง่ายกว่าคนทั่วไปมาก

ปากที่ไม่ได้ใช้กิน ก็ยังต้องดูแล

นี่คือเรื่องที่บ้านส่วนใหญ่ลืม ผู้ป่วยที่ได้อาหารทางสายมักมีปากแห้งและมีคราบสะสม แบคทีเรียในช่องปากที่ไหลลงหลอดลมเป็นหนึ่งในสาเหตุของปอดอักเสบ การเช็ดช่องปากและลิ้นด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสมอย่างน้อยวันละสองครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง และทำให้ท่านสบายตัวขึ้นมาก

น้ำ ท้องผูก และเรื่องที่มักถูกลืม

ผู้ป่วยติดเตียงขาดน้ำได้ง่ายเพราะไม่ได้ร้องขอเอง ภาวะขาดน้ำทำให้ซึม สับสน ปัสสาวะเข้ม และท้องผูกตามมา ส่วนท้องผูกก็ทำให้ท่านอึดอัด กินได้น้อยลง และบางครั้งกระสับกระส่ายจนเราไม่เข้าใจว่าทำไม ปริมาณน้ำที่เหมาะสมขึ้นกับโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตหรือหัวใจ จึงต้องถามแพทย์ อย่ากะเอาเอง

อาการที่ต้องรีบปรึกษาทีมแพทย์

มีไข้ หายใจเร็วหรือหอบ เสมหะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหลืองหรือมีกลิ่น ริมฝีปากซีดคล้ำ ซึมลงกว่าเดิมอย่างชัดเจน อาเจียน ท้องอืดแข็ง หรือมีอาหารไหลย้อนออกมาทางปาก อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องรอได้ถึงเช้า

จุดที่หลายครอบครัวรู้ตัวว่าต้องการทีมมืออาชีพ

การให้อาหารทางสาย การดูดเสมหะ การเฝ้าระวังการสำลัก และการสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงในช่วงกลางคืน ล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความรู้และคนที่ตื่นอยู่จริง ๆ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ที่มีพยาบาลวิชาชีพดูแลจึงไม่ใช่ทางเลือกฟุ่มเฟือย แต่คือการลดโอกาสที่ท่านจะต้องกลับเข้าโรงพยาบาลซ้ำ ๆ

ที่ บ้านแสนรัก เราออกแบบการดูแลโดยยึดจากสิ่งที่ผู้ป่วยติดเตียงต้องการจริง ๆ ในแต่ละวัน

  • ดูแลการให้อาหารตามแผนการรักษาของแพทย์ ทั้งทางปากและทางสายให้อาหาร โดยทีมที่ผ่านการอบรม
  • พยาบาลวิชาชีพติดตามอาการ ประเมินความเสี่ยงการสำลัก และดูแลการดูดเสมหะตามความจำเป็น
  • ดูแลความสะอาดช่องปากและสุขอนามัยประจำวันอย่างสม่ำเสมอ
  • บันทึกการกิน การขับถ่าย และสัญญาณชีพ เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เนิ่น ๆ
  • ประสานงานกับแพทย์ผู้รักษาและส่งต่อโรงพยาบาลเมื่อมีเหตุจำเป็น

ปรึกษาทีมบ้านแสนรักหรือนัดเข้าชมสถานที่จริงได้ที่ 065-469-9569 | LINE @baansanrak

"ให้บ้านแสนรัก ดูแลคนที่คุณห่วงใย ด้วยหัวใจที่อบอุ่น"

Share