แผลกดทับ – รอยแดงเล็ก ๆ ที่กลายเป็นแผลลึกใน 3 วัน

รอยแดงตรงก้นกบ ที่เรานึกว่าไม่เป็นไร — บทเรียนเรื่องแผลกดทับที่อยากให้ทุกบ้านรู้ก่อน

พยาบาลบอกผมว่าแผลลึกถึงชั้นไขมันแล้ว ในวันที่ผมเพิ่งเห็นมันเป็นครั้งแรก ผมยืนงงอยู่ข้างเตียง เพราะสัปดาห์ก่อนหน้านั้นตรงนั้นมีแค่รอยแดง ๆ ขนาดเท่าเหรียญบาท ผมนึกว่าเป็นรอยจากผ้าปูที่นอนย่น เช็ดตัวทุกวันก็เห็น แต่ไม่ได้คิดอะไร สิ่งที่เราไม่รู้ตอนนั้นคือ แผลกดทับส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากข้างนอกเข้าไปข้างใน มันเริ่มจากเนื้อเยื่อชั้นลึกที่ถูกกดจนเลือดไปเลี้ยงไม่พอ แล้วค่อยทะลุออกมาให้เราเห็นทีหลัง วันที่ผิวเปิด คือวันที่ข้างในเสียหายไปก่อนแล้วหลายวัน

ผมเขียนบทความนี้เพราะไม่อยากให้ครอบครัวไหนต้องเรียนรู้แบบเดียวกับผม

รู้จักศัตรูตัวจริง มันไม่ใช่แค่ "การนอนนาน"

แผลกดทับเกิดจากแรงสามอย่างที่ทำงานร่วมกัน แรงกดจากน้ำหนักตัวที่ทับลงบนปุ่มกระดูก แรงเฉือนจากการที่ตัวไถลลงเวลาปรับหัวเตียงสูง และความเปียกชื้นที่ทำให้ผิวเปื่อยง่าย

จุดที่ต้องดูทุกวัน แม้จะไม่มีอะไรผิดปกติ

ก้นกบและกระเบนเหน็บคือจุดที่พบบ่อยที่สุด รองลงมาคือส้นเท้า ตาตุ่ม สะโพกด้านข้าง ข้อศอก หัวเข่าด้านใน หลังใบหู และท้ายทอยสำหรับท่านที่ขยับศีรษะเองไม่ได้ สำหรับท่านที่ผอมมาก กระดูกสันหลังและซี่โครงก็เสี่ยงเช่นกัน

สัญญาณระยะแรกที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

ให้ใช้นิ้วกดเบา ๆ ที่รอยแดงแล้วปล่อย ถ้าผิวขาวขึ้นแล้วค่อย ๆ แดงกลับมา แปลว่าเลือดยังไหลเวียนได้ แต่ถ้ากดแล้ว ไม่จาง ยังแดงเท่าเดิม นั่นคือสัญญาณระยะแรกของแผลกดทับที่ต้องรีบจัดการทันที ในผิวสีเข้ม รอยอาจไม่แดงแต่จะเป็นสีคล้ำขึ้น ร่วมกับผิวที่รู้สึกอุ่นกว่า แข็งกว่า หรือนิ่มผิดปกติเมื่อเทียบกับข้างเคียง

ทำไมตัวเลข "สองชั่วโมง" ถึงถูกพูดถึงตลอด

เนื้อเยื่อที่ถูกกดโดยไม่ได้พักเป็นเวลานาน จะเริ่มขาดเลือดจนเสียหายได้ ตัวเลขสองชั่วโมงเป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการเปลี่ยนท่านอน แต่ผู้ป่วยบางรายที่ผิวบางมาก น้ำหนักน้อย หรือมีปัญหาการไหลเวียนเลือด อาจต้องถี่กว่านั้น ทีมพยาบาลที่ดูแลท่านจะบอกได้ว่าเคสของท่านควรใช้รอบเวลาเท่าไร

สิ่งที่ทำได้ทุกวันที่บ้าน และได้ผลจริง

พลิกตัวให้เป็น "ตาราง" ไม่ใช่ให้เป็น "ความจำ"

ตอนแรกเราทุกคนมั่นใจว่าจำได้ แต่พอเหนื่อยสะสมเข้าจริง ๆ จะเริ่มไม่แน่ใจว่าพลิกครั้งสุดท้ายกี่โมง ทางที่ดีคือติดกระดาษไว้ข้างเตียง เขียนเวลาและท่านอนทุกครั้ง เช่น ตะแคงซ้าย นอนหงาย ตะแคงขวา วนไป วิธีนี้ยังช่วยให้คนที่มาผลัดเวรรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

หมอนคืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ใช่ของตกแต่งเตียง

ตอนตะแคง อย่าให้ตะแคงตั้งฉาก 90 องศาจนน้ำหนักลงที่ปุ่มสะโพกเต็ม ๆ ให้เอียงประมาณ 30 องศาแล้วใช้หมอนหนุนหลังไว้ สอดหมอนระหว่างเข่าทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้กระดูกกดกันเอง และใช้หมอนใบเล็กหนุนน่องให้ส้นเท้าลอยพ้นที่นอน ส้นเท้าเป็นจุดที่แผลเกิดง่ายและหายยากที่สุดจุดหนึ่ง

ระวังแรงเฉือนตอนปรับหัวเตียง

ทุกครั้งที่ยกหัวเตียงสูง ตัวท่านจะไถลลงช้า ๆ ผิวหนังถูกรั้งไปคนละทางกับกระดูก นั่นคือแรงเฉือนที่ทำลายเนื้อเยื่อชั้นลึก โดยทั่วไปจึงไม่ควรยกหัวเตียงสูงค้างไว้นานเกินจำเป็น ยกเว้นช่วงให้อาหารซึ่งจำเป็นต้องยก และเวลาจะเลื่อนตัวท่านขึ้น อย่าลากบนที่นอน ให้ใช้ผ้ารองยกช่วยเสมอ

ผิวที่แห้ง สะอาด และไม่หมักหมม

เปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีที่เปียก ซับให้แห้งสนิทโดยเฉพาะตามซอกพับ ทาครีมบำรุงผิวบาง ๆ ในบริเวณที่ผิวแห้งลอก และดูแลผ้าปูที่นอนให้ตึงเรียบ ไม่มีเศษอาหารหรือรอยย่น เพราะรอยย่นเส้นเดียวก็สร้างจุดกดได้

เรื่องกินที่เกี่ยวกับแผลโดยตรง

ร่างกายซ่อมแผลด้วยโปรตีน ผู้ป่วยที่กินได้น้อย น้ำหนักลด หรือขาดน้ำ จะมีแผลที่หายช้ากว่าปกติมาก ถ้าท่านกินได้น้อยลงเรื่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเรื่องแนวทางที่เหมาะกับโรคประจำตัวของท่าน อย่าเพิ่งซื้ออาหารเสริมเองโดยไม่ถาม โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตหรือเบาหวาน

ที่นอนลมช่วยได้ แต่ไม่ได้แปลว่าเลิกพลิกตัว

ที่นอนลมช่วยกระจายแรงกด เป็นตัวช่วยที่ดีมาก แต่หลายบ้านเข้าใจผิดว่าซื้อมาแล้วไม่ต้องพลิกตัวอีก ซึ่งไม่ใช่ ควรใช้ควบคู่กับการเปลี่ยนท่าตามรอบเดิม และหมั่นเช็กว่าปั๊มยังทำงาน ลมไม่รั่ว และไม่มีผ้ารองหนา ๆ หลายชั้นทับจนที่นอนทำงานไม่ได้

  • นวดตรงรอยแดง เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่แนะนำ เพราะเนื้อเยื่อตรงนั้นบาดเจ็บอยู่แล้ว
  • ใช้ห่วงยางโดนัทรอง จะไปกดเป็นวงรอบแผลจนเลือดไปเลี้ยงได้แย่กว่าเดิม
  • เป่าไดร์เป่าลมร้อนให้แผลแห้ง ทำให้ผิวเสียหายเพิ่ม
  • ใส่ยาสีฟัน น้ำมันสมุนไพร หรือแป้ง ลงบนแผลเปิด เสี่ยงติดเชื้อและทำให้แพทย์ประเมินแผลยากขึ้น
  • รอดูอีกสักหน่อย คือความเข้าใจผิดที่แพงที่สุด เพราะแผลกดทับลุกลามเร็วกว่าที่ทุกคนคิด

สัญญาณที่ต้องพาไปพบแพทย์ ไม่ต้องรอ

ถ้าแผลมีน้ำเหลืองขุ่นหรือหนอง มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ขอบแผลบวมแดงร้อน ผิวรอบแผลคล้ำหรือดำ แผลลึกจนเห็นเนื้อเยื่อชั้นใน หรือท่านมีไข้ ซึมลง สับสนกว่าเดิม อย่ารักษาเองต่อ ควรพบแพทย์ทันที เพราะการติดเชื้อจากแผลกดทับสามารถลุกลามเข้ากระแสเลือดได้

ทำไมแผลกดทับถึงเกินกำลังบ้านทั่วไป

พูดกันตรง ๆ การป้องกันแผลกดทับต้องอาศัยสามอย่างพร้อมกัน คือคนที่พลิกตัวได้ตรงเวลาทุกรอบตลอด 24 ชั่วโมง คนที่มีความรู้ในการประเมินผิวหนังทุกวัน และอุปกรณ์ที่เหมาะสม

บ้านส่วนใหญ่มีสองอย่างแรกไม่ครบ ไม่ใช่เพราะไม่รักท่าน แต่เพราะคนหนึ่งคนต้องทำงาน ต้องนอน และไม่มีใครตื่นมาพลิกตัวทุกสองชั่วโมงได้ทุกคืนติดต่อกันเป็นปี นี่คือเหตุผลที่ครอบครัวจำนวนมากเลือกใช้ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ที่มีทีมงานผลัดเวรกันจริง ๆ

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านแสนรัก เนอร์ซิ่งโฮม สุขุมวิท 50

ที่ บ้านแสนรัก เราเห็นมาแล้วว่าแผลกดทับหนึ่งแผลทำให้ครอบครัวต้องเจออะไรบ้าง เราจึงวางระบบการดูแลไว้แน่นเป็นพิเศษในเรื่องนี้

  • ทีมผู้ดูแลประจำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมพลิกตัวและจัดท่าตามรอบเวลาที่กำหนดในแผนการดูแล
  • พยาบาลวิชาชีพประเมินสภาพผิวหนังและติดตามแผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมบันทึกให้ครอบครัวตรวจสอบได้
  • อุปกรณ์รองรับผู้ป่วยติดเตียง ทั้งเตียงปรับระดับและที่นอนลดแรงกด
  • ดูแลความสะอาด การขับถ่าย และโภชนาการ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อการหายของแผล
  • ประสานงานกับแพทย์ผู้รักษาและส่งต่อโรงพยาบาลเมื่อจำเป็น

ถ้าคืนนี้คุณตั้งนาฬิกาปลุกทุกสองชั่วโมงอีกแล้ว ลองให้เราช่วยแบ่งเบาดู

ปรึกษาทีมบ้านแสนรักหรือนัดเข้าชมสถานที่จริงได้ที่ 065-469-9569 | LINE @baansanrak

"ให้บ้านแสนรัก ดูแลคนที่คุณห่วงใย ด้วยหัวใจที่อบอุ่น"

Share