บทสนทนาที่ครอบครัวควรมีก่อนถึงวันที่ต้องตัดสินใจ

หมอถามว่า “ถ้าคุณพ่อพูดได้ตอนนี้ คิดว่าคุณพ่อจะอยากให้เราทำอย่างไรครับ” ผมนั่งเงียบอยู่นาน เพราะผมไม่เคยถามพ่อเลย ตอนที่พ่อยังตอบได้ เราคุยกันแต่เรื่องกินข้าวหรือยัง อากาศร้อนไหม ไม่เคยคุยเรื่องนี้เลยสักครั้ง สุดท้ายผมตัดสินใจไปโดยใช้ความคิดของผมเอง แล้วก็ถามตัวเองอยู่หลายปีว่าที่ทำไปนั้นใช่สิ่งที่พ่ออยากได้หรือเปล่า บทความนี้เพราะไม่อยากให้ใครต้องอยู่ในห้องนั้นแบบเดียวกับผม

ทำไมครอบครัวไทยถึงเลี่ยงบทสนทนานี้

เราถูกสอนว่าการพูดถึงเรื่องแบบนี้เป็นการแช่ง หรือเป็นการทำให้ท่านหมดกำลังใจ ลูกหลายคนกลัวว่าการเปิดเรื่องนี้จะทำให้ท่านคิดว่าเรากำลังรอ

แต่ในความเป็นจริง ผู้สูงอายุจำนวนมากคิดเรื่องนี้อยู่แล้ว และหลายท่านอยากพูดแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เพราะกลัวว่าลูกจะรับไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายจึงเงียบใส่กัน จนถึงวันที่พูดกันไม่ได้แล้วจริง ๆ

คำถามที่ควรคุยกันไว้ ตอนที่ยังคุยกันได้

ไม่ต้องคุยครบทุกข้อในครั้งเดียว และไม่ต้องได้คำตอบทุกข้อ แค่เริ่มก็มีค่าแล้ว

เรื่องคุณภาพชีวิตในความหมายของท่าน

อะไรคือสิ่งที่ทำให้แต่ละวันของท่านมีความหมาย ท่านให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด และมีอะไรที่ท่านรับไม่ได้จริง ๆ คำตอบของคำถามพวกนี้ช่วยครอบครัวได้มากกว่าคำถามทางการแพทย์เสียอีก

เรื่องสถานที่

ถ้าวันหนึ่งดูแลที่บ้านไม่ไหวจริง ๆ ท่านอยากให้เป็นอย่างไร ท่านเคยเห็นญาติคนไหนที่ท่านคิดว่าได้รับการดูแลที่ดีบ้าง คำถามนี้เปิดง่ายกว่าการถามตรง ๆ ว่าอยากไปอยู่ศูนย์ไหม

เรื่องการรักษาในสถานการณ์ต่าง ๆ

หากถึงจุดที่ต้องตัดสินใจเรื่องแนวทางการรักษา ท่านอยากให้ใครเป็นคนตัดสินใจแทน และท่านเคยแสดงความเห็นเรื่องนี้ไว้อย่างไร เรื่องนี้ควรคุยร่วมกับแพทย์ผู้รักษาด้วย เพราะแต่ละทางเลือกมีรายละเอียดที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน

ในประเทศไทย บุคคลสามารถทำหนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับการรักษาในวาระสุดท้ายของชีวิตไว้ล่วงหน้าได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากครอบครัวสนใจ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น

เรื่องคนที่จะเป็นตัวแทน

ครอบครัวควรตกลงกันให้ชัดว่าใครเป็นผู้ประสานงานหลักกับทีมแพทย์ เพื่อไม่ให้ข้อมูลกระจัดกระจายและไม่ให้เกิดการตัดสินใจที่ขัดกันเองในวันที่ต้องรีบ

วิธีเริ่มบทสนทนาโดยไม่ให้บรรยากาศหนัก

  • เริ่มจากเรื่องของคนอื่น เช่น เล่าเรื่องญาติหรือข่าวที่ได้อ่าน แล้วถามท่านว่าถ้าเป็นแม่ แม่คิดยังไง
  • เริ่มจากตัวเราเอง เช่น บอกว่าเราเพิ่งเขียนความต้องการของตัวเองไว้ แล้วชวนท่านคุย
  • ใช้จังหวะที่เป็นธรรมชาติ เช่น หลังกลับจากโรงพยาบาล หรือหลังไปงานศพญาติ
  • คุยสั้น ๆ หลายครั้ง ดีกว่าคุยยาวครั้งเดียว
  • ฟังให้มากกว่าพูด และอย่าเพิ่งรีบแย้งเมื่อคำตอบไม่ตรงกับที่เราคิด

ถ้าท่านยังไม่พร้อม ให้หยุดแล้วกลับมาใหม่ในอีกสองสามเดือน การกดดันในเรื่องแบบนี้ไม่เคยได้ผล

ถ้าท่านสื่อสารไม่ได้แล้ว

ครอบครัวยังทำได้หลายอย่าง เริ่มจากรวบรวมสิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ในอดีต แม้จะเป็นคำพูดลอย ๆ ในวงข้าว เพราะนั่นคือหลักฐานที่ใกล้เคียงความต้องการของท่านที่สุด

จากนั้นให้ครอบครัวคุยกันโดยยึดคำถามว่า ท่านจะเลือกอะไร ไม่ใช่คำถามว่า เราอยากให้ท่านเลือกอะไร สองคำถามนี้ต่างกันมาก และคำถามแรกคือคำถามที่ทำให้ทุกคนสบายใจขึ้นในภายหลัง

และคุยกับแพทย์ผู้รักษาเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์จริง ทางเลือกที่มี และผลของแต่ละทางเลือกอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ทำให้ครอบครัวเสียใจน้อยที่สุด

จากที่เราได้พูดคุยกับหลายครอบครัว สิ่งที่ทำให้ทุกคนสบายใจในระยะยาวไม่ใช่การเลือกทางที่ถูกที่สุดในทางการแพทย์ แต่คือสามอย่างนี้

หนึ่ง ตัดสินใจโดยรู้ว่าท่านต้องการอะไร สอง ตัดสินใจร่วมกันทั้งครอบครัว ไม่ปล่อยให้คนใดคนหนึ่งแบกไว้คนเดียว และสาม ตัดสินใจโดยมีข้อมูลจากทีมแพทย์ครบถ้วน ไม่ใช่ตัดสินใจตอนตกใจกลางดึก

การดูแลระยะยาวก็เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนานี้

การเลือกว่าจะดูแลท่านที่ไหนและอย่างไร ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกหรือค่าใช้จ่าย แต่คือเรื่องคุณภาพชีวิตของท่านในทุกวันที่เหลืออยู่

ศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ที่ดีจะไม่ได้มองแค่การพยาบาล แต่มองว่าท่านสบายตัวไหม เจ็บหรือเปล่า ได้พักผ่อนพอไหม และครอบครัวยังได้ใช้เวลากับท่านในแบบที่อยากใช้หรือไม่

ที่ บ้านแสนรัก เราเข้าใจว่าครอบครัวที่เดินเข้ามาคุยกับเรา มักกำลังแบกคำถามที่ไม่มีคำตอบง่าย ๆ อยู่

  • ทีมผู้ดูแลและพยาบาลวิชาชีพดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยยึดความสบายตัวและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก
  • แผนการดูแลรายบุคคลที่จัดทำร่วมกับครอบครัวและอ้างอิงคำสั่งการรักษาของแพทย์
  • สื่อสารกับครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกการตัดสินใจอยู่บนข้อมูลชุดเดียวกัน
  • ประสานงานกับแพทย์ผู้รักษาและมีแนวทางส่งต่อโรงพยาบาลที่ชัดเจน
  • เปิดให้ครอบครัวเข้าเยี่ยมและใช้เวลากับท่านตามเวลาที่กำหนด

คุณไม่จำเป็นต้องมีคำตอบทุกข้อในวันนี้ แต่การเริ่มคุยกับใครสักคนที่ผ่านเรื่องนี้มาแล้วหลายครอบครัว มักทำให้ทุกอย่างชัดขึ้น

ปรึกษาทีมบ้านแสนรักได้ที่ [065-469-9569] | LINE [@baansanrak] | ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

"ให้บ้านแสนรัก ดูแลคนที่คุณห่วงใย ด้วยหัวใจที่อบอุ่น"

Share