จ้างคนมาดูแลที่บ้าน — สิ่งที่ต้องรู้ก่อนและหลังจ้าง

คนแรกอยู่ได้สองเดือน คนที่สองอยู่ได้สามเดือนแล้วหายไปพร้อมกับไม่รับสาย คนที่สามอยู่ได้เดือนเดียวทุกครั้งที่มีคนออก บ้านเราจะเข้าสู่โหมดวิกฤตทันที ผมต้องลางาน น้องต้องมานอนค้าง แล้วเริ่มหาคนใหม่ด้วยความรีบจนแทบไม่ได้คัดอะไรเลย จนคนที่สามออก ผมถึงยอมนั่งทบทวนอย่างจริงจังว่าเราทำอะไรผิด และคำตอบคือ เราจ้างคนโดยไม่เคยบอกให้ชัดเลยว่างานคืออะไร

ก่อนจ้าง เขียนงานออกมาให้ครบก่อน

คนส่วนใหญ่บอกแค่ว่าดูแลผู้ป่วยติดเตียงหนึ่งท่าน ซึ่งกว้างมากจนทั้งสองฝ่ายเข้าใจไม่ตรงกันตั้งแต่วันแรก

ลองเขียนออกมาเป็นรายการจริง เช่น พลิกตัวทุกกี่ชั่วโมง เช็ดตัวกี่ครั้งต่อวัน ให้อาหารทางสายกี่มื้อ เปลี่ยนผ้าอ้อมประมาณกี่ครั้ง มีแผลต้องทำหรือไม่ ต้องดูดเสมหะหรือเปล่า ต้องซักผ้าและทำอาหารด้วยไหม และคาดหวังให้ตื่นมาดูแลกลางคืนหรือไม่

ข้อสุดท้ายนี้สำคัญมาก เพราะบ้านจำนวนมากจ้างคนมาทำงานกลางวัน แล้วคาดหวังกลางคืนไปด้วยโดยไม่ได้ตกลงกัน แล้วก็แปลกใจว่าทำไมเขาลาออก

สิ่งที่ควรถามและตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ประสบการณ์ที่ตรงกับเคสของเรา

ถามให้เจาะจงว่าเคยดูแลผู้ป่วยที่ใช้สายให้อาหารไหม เคยดูแลผู้ป่วยที่มีแผลกดทับหรือไม่ เคยเจอเหตุฉุกเฉินแล้วทำอย่างไร คำตอบที่เล่าเป็นเหตุการณ์จริงจะบอกได้มากกว่าคำตอบว่าเคยหรือไม่เคย

การอบรมและเอกสาร

ถามว่าผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ดูแลมาหรือไม่ จากที่ไหน มีเอกสารหรือใบรับรองไหม และขอดูบัตรประชาชนพร้อมเก็บสำเนาไว้เสมอ ถ้าจ้างผ่านศูนย์จัดหา ให้ถามด้วยว่าศูนย์รับผิดชอบอะไรบ้างเมื่อเกิดปัญหา และมีการเปลี่ยนคนให้หรือไม่

ให้ลองทำงานจริงก่อน

ก่อนตกลงระยะยาว ให้มีช่วงทดลองงานที่คุณอยู่ด้วย สังเกตวิธีที่เขาพูดกับผู้ป่วย วิธีจับตัวตอนพลิก และท่าทีเวลาต้องทำเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์ เรื่องเหล่านี้ดูจากประวัติไม่ได้

ความเข้ากันได้กับท่าน

ผู้ป่วยหลายรายสื่อสารไม่ได้ แต่แสดงออกทางสีหน้าและความตึงตัวของร่างกาย ถ้าท่านดูเกร็งหรือกระสับกระส่ายทุกครั้งที่คนนั้นเข้ามา ให้ใส่ใจสัญญาณนี้

ตกลงให้ชัดตั้งแต่วันแรก

เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรแม้จะเป็นการจ้างส่วนตัว โดยระบุขอบเขตงาน เวลาทำงานและเวลาพัก วันหยุด ค่าจ้างและวันจ่าย เงื่อนไขเรื่องที่พักและอาหาร การลาและการแจ้งล่วงหน้า และสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด เช่น การให้ยาที่แพทย์ไม่ได้สั่ง

ที่สำคัญคือระบุให้ชัดว่าต้องแจ้งครอบครัวทันทีในกรณีใดบ้าง เช่น ท่านมีไข้ ล้ม สำลัก หายใจผิดปกติ หรือมีแผลใหม่

หลังจ้างแล้ว งานของครอบครัวยังไม่จบ

สร้างระบบบันทึก

สมุดบันทึกประจำวันหนึ่งเล่มที่จดการกิน การขับถ่าย ยา อุณหภูมิ และอาการผิดปกติ ทำให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน และช่วยได้มากเวลาไปพบแพทย์

แวะดูแบบไม่มีตารางบ้าง

ไม่ใช่เพื่อจับผิด แต่เพราะการที่ครอบครัวปรากฏตัวสม่ำเสมอ ทำให้มาตรฐานการดูแลคงที่ และทำให้ผู้ดูแลรู้ว่าคุณใส่ใจงานของเขาด้วย

สัญญาณว่าการดูแลเริ่มมีปัญหา

ผู้ป่วยมีรอยแดงหรือแผลใหม่ ผิวหนังอับชื้นบ่อย น้ำหนักลด ห้องมีกลิ่นสะสม ผู้ดูแลอธิบายเรื่องประจำวันไม่ได้ ผู้ป่วยดูกลัวหรือเกร็งผิดปกติ หรือมีร่องรอยฟกช้ำที่อธิบายไม่ได้ ถ้าพบข้อหลังนี้ ต้องจัดการทันทีและไม่ควรลังเล

อย่าลืมว่าเขาก็เป็นคน

ผู้ดูแลที่อยู่กับผู้ป่วยยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด จะหมดไฟเหมือนกับที่ลูกหลานหมดไฟ การให้เวลาพักที่ชัดเจนและการพูดขอบคุณ ทำให้คนอยู่กับเรานานขึ้นจริง ๆ

แผนสำรอง คือสิ่งที่ทุกบ้านลืมเตรียม

ถามตัวเองว่า ถ้าพรุ่งนี้ผู้ดูแลลาออกหรือป่วยกะทันหัน ใครจะดูแลท่านในอีกสิบสองชั่วโมงข้างหน้า

ถ้าคำตอบคือไม่รู้ นั่นคือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของการดูแลที่บ้าน เพราะการดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่มีวันหยุดให้ได้ แม้แต่วันเดียว

ครอบครัวบางบ้านแก้ด้วยการมีรายชื่อสำรอง บางบ้านฝึกให้สมาชิกอย่างน้อยสองคนทำงานพื้นฐานได้ และหลายบ้านเลือกใช้ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง เพราะที่นั่นมีทีมงานเป็นระบบ ไม่ใช่พึ่งพาคนคนเดียวที่อาจหายไปพรุ่งนี้

ความต่างที่ชัดที่สุดระหว่างการจ้างผู้ดูแลที่บ้านกับการใช้ศูนย์ คือความต่อเนื่องเมื่อมีคนลาหรือลาออก

ที่ บ้านแสนรัก

  • มีทีมผู้ดูแลผลัดเวรตลอด 24 ชั่วโมง การดูแลจึงไม่หยุดชะงักเมื่อมีคนลา
  • พยาบาลวิชาชีพกำกับดูแลตามแผนการดูแลรายบุคคล และมีระบบส่งเวรระหว่างกะ
  • บันทึกอาการประจำวันที่ครอบครัวตรวจสอบได้ ไม่ต้องเดาว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
  • ค่าบริการชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องตามจ่ายทีหลัง
  • ทีมงานได้รับการอบรมและมีผู้ดูแลระดับหัวหน้าตรวจสอบคุณภาพงาน

ถ้าปีนี้คุณเปลี่ยนผู้ดูแลมาแล้วหลายคน ลองเปรียบเทียบต้นทุนและความเสี่ยงกับการใช้ศูนย์ดูสักครั้ง

ปรึกษาและขอใบเสนอราคาได้ที่ [065-469-9569] | LINE [@baansanrak]

"ให้บ้านแสนรัก ดูแลคนที่คุณห่วงใย ด้วยหัวใจที่อบอุ่น"

Share