
เมื่อผู้ป่วยติดเตียงเกิดมีบาดแผลขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แผลกดทับ, แผลถลอกจากการเสียดสี, หรือแผลอื่นๆ การดูแลแผลนั้นจะมีความซับซ้อนและต้องใส่ใจในรายละเอียดมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีภาวะร่างกายที่เปราะบาง เช่น ภูมิคุ้มกันต่ำ, การไหลเวียนเลือดไม่ดี, หรือภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อ การติดเชื้อได้ง่าย การดูแลแผลที่ผิดวิธีหรือไม่สะอาดเพียงพออาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงที่ลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด (Sepsis) และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น การทำแผล อย่างถูกหลักการและการป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นทักษะทางการพยาบาลที่ผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญสูงสุด
ทำไมการดูแลแผลในผู้ป่วยติดเตียงจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ?
- ความเสี่ยงติดเชื้อสูง: ภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลได้ดี
- แผลหายช้า: การไหลเวียนเลือดที่ไม่ดีและภาวะขาดสารอาหาร (โดยเฉพาะโปรตีนและวิตามิน) ทำให้กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกายเป็นไปได้ช้า
- ความเปียกชื้น: ในผู้ป่วยที่ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ความชื้นและเชื้อโรคจากสิ่งขับถ่ายเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำลายผิวหนังรอบแผลและส่งเสริมการติดเชื้อ
หัวใจสำคัญของการดูแลแผล: หลักปลอดเชื้อและความชุ่มชื้นที่เหมาะสม
- หลักปลอดเชื้อ (Aseptic Technique): เป็นกฎเหล็กข้อแรกและสำคัญที่สุด ทุกขั้นตอนต้องสะอาดที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่บาดแผล ตั้งแต่การล้างมือของผู้ดูแล, การใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ, ไปจนถึงการไม่สัมผัสส่วนที่ต้องสัมผัสแผลโดยตรง
- การทำความสะอาดแผลอย่างนุ่มนวล: เป้าหมายคือการกำจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อดีที่กำลังสร้างขึ้นใหม่
- การรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการหายของแผล: แผลที่ชุ่มชื้นพอเหมาะ (Moist Wound Healing) จะหายเร็วกว่าแผลที่แห้งกรัง การเลือกวัสดุปิดแผลที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญมาก
ขั้นตอนการทำแผลอย่างปลอดภัย (Step-by-Step)
คำเตือน: การทำแผลเปิดหรือแผลกดทับในระยะลึกควรทำโดยแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพ ผู้ดูแลในครอบครัวสามารถเรียนรู้เพื่อทำแผลถลอกตื้นๆ หรือแผลที่ไม่ซับซ้อนได้ แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
1. การเตรียมอุปกรณ์และผู้ดูแล
- เตรียมผู้ดูแล: ล้างมือให้สะอาด 7 ขั้นตอนด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจล
- เตรียมสถานที่: เลือกบริเวณที่สะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ ปิดพัดลมเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
- เตรียมชุดทำแผล (Sterile Dressing Set): จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดไว้ในถาดหรือภาชนะที่สะอาด ได้แก่ ชุดทำแผลปลอดเชื้อ (มีสำลี, ผ้าก๊อซ, ปากคีบ), น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution), ถุงมือสะอาดและถุงมือปลอดเชื้อ, วัสดุปิดแผลที่เหมาะสม, พลาสเตอร์หรือเทปยึด และถุงสำหรับทิ้งขยะติดเชื้อ
2. การนำผ้าปิดแผลเก่าออกและประเมินแผล
- ใส่ ถุงมือสะอาด (ไม่ใช่ถุงมือปลอดเชื้อ)
- ค่อยๆ ลอกพลาสเตอร์และผ้าปิดแผลเก่าออกอย่างนุ่มนวล หากติดแน่น ให้ใช้น้ำเกลือหยดลงบนผ้าปิดแผลเพื่อช่วยให้ลอกง่ายขึ้น
- สังเกตลักษณะสิ่งคัดหลั่งที่ติดอยู่บนผ้าปิดแผลเก่า (ปริมาณ, สี, กลิ่น)
- ทิ้งผ้าปิดแผลเก่าและถุงมือลงในถุงขยะติดเชื้อ
ประเมินแผล: สังเกตลักษณะของแผล ขนาด, ความลึก, สีของพื้นแผล (สีแดงสดคือเนื้อดี, สีเหลืองคือเนื้อตาย, สีดำคือเนื้อตายที่แห้งแข็ง) และปริมาณสิ่งคัดหลั่ง
3. การล้างแผลให้สะอาด
- ล้างมืออีกครั้ง แล้วเปลี่ยนไปใส่ ถุงมือปลอดเชื้อ (Sterile Gloves)
- ใช้ปากคีบ (Forceps) ที่อยู่ในชุดทำแผล คีบสำลีชุบน้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution) บีบพอหมาด
- เช็ดทำความสะอาดจากในแผลออกนอกแผล หรือจากบนลงล่างเสมอ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคจากผิวหนังรอบๆ เข้าสู่แผล ห้ามเช็ดย้อนกลับไปมา และเปลี่ยนสำลีก้อนใหม่ทุกครั้งที่เช็ด
- เมื่อแผลสะอาดดีแล้ว ให้ใช้ผ้าก๊อซปลอดเชื้อซับผิวหนังรอบๆ แผลให้แห้งอย่างเบามือ
4. การเลือกและปิดแผลด้วยวัสดุที่เหมาะสม
- การเลือกวัสดุปิดแผล: มีความสำคัญอย่างยิ่งและควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาล วัสดุปิดแผลมีหลายชนิด เช่น แผ่นโฟม (Foam Dressing) สำหรับแผลที่มีสิ่งคัดหลั่งมาก, ไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloid) สำหรับแผลตื้น, อัลจิเนต (Alginate) สำหรับแผลที่มีเลือดซึม เป็นต้น
- การปิดแผล: วางวัสดุปิดแผลลงบนแผล ให้คลุมเลยขอบแผลออกมาเล็กน้อย แล้วใช้พลาสเตอร์หรือเทปทางการแพทย์ยึดให้เรียบร้อย โดยไม่ให้ตึงหรือรัดแน่นจนเกินไป
สัญญาณเตือน "แผลติดเชื้อ" ที่ต้องรีบพบแพทย์
หากผู้ดูแลสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ต้องรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที อย่าพยายามรักษาเอง:
- ปวด: แผลมีอาการปวดมากขึ้นกว่าเดิม
- บวม: ผิวหนังรอบๆ แผลบวม แข็ง หรือร้อนกว่าปกติ
- แดง: มีรอยแดงแผ่ขยายออกจากขอบแผล
- หนอง: มีสิ่งคัดหลั่งขุ่นข้น สีเหลืองหรือเขียว และอาจมีกลิ่นเหม็น
- ไข้: ผู้ป่วยมีไข้หรือหนาวสั่น
การดูแลแผลเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความรู้ ความใส่ใจ และความแม่นยำทางเทคนิคสูง เพื่อให้แผลหายเร็วที่สุดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

โดยเฉพาะ การทำแผลทุกครั้งของเราจะยึดตาม หลักปฏิบัติการพยาบาลที่ปลอดเชื้อ (Aseptic Technique) อย่างเคร่งครัด เราเลือกใช้วัสดุปิดแผลสมัยใหม่ (Modern Wound Dressings) ที่เหมาะสมกับลักษณะของแผลแต่ละชนิด เพื่อส่งเสริมกระบวนการหายของแผลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ท่านจึงสามารถวางใจได้ว่าบาดแผลของคนที่ท่านรักจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์ ลดความเจ็บปวด และป้องกันการติดเชื้อได้อย่างดีที่สุด ให้เราเป็นผู้ดูแลภาระที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญนี้ เพื่อให้ท่านได้มีเวลาดูแลด้านอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่
"ให้บ้านแสนรัก ดูแลคนที่คุณห่วงใย ด้วยหัวใจที่อบอุ่น"
บทความที่เกี่ยวข้อง

- July 15, 2025
- 78
- 0