วิธีดูแลและทำแผลผู้ป่วยติดเตียง ป้องกันการติดเชื้อ | บ้านแสนรัก

การดูแลแผลในผู้ป่วยติดเตียง การทำแผลและการป้องกันการติดเชื้อ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง บ้านแสนรัก

เมื่อผู้ป่วยติดเตียงเกิดมีบาดแผลขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แผลกดทับ, แผลถลอกจากการเสียดสี, หรือแผลอื่นๆ การดูแลแผลนั้นจะมีความซับซ้อนและต้องใส่ใจในรายละเอียดมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีภาวะร่างกายที่เปราะบาง เช่น ภูมิคุ้มกันต่ำ, การไหลเวียนเลือดไม่ดี, หรือภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อ การติดเชื้อได้ง่าย การดูแลแผลที่ผิดวิธีหรือไม่สะอาดเพียงพออาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงที่ลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด (Sepsis) และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น การทำแผล อย่างถูกหลักการและการป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นทักษะทางการพยาบาลที่ผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญสูงสุด

ทำไมการดูแลแผลในผู้ป่วยติดเตียงจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ?

  • ความเสี่ยงติดเชื้อสูง: ภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลได้ดี
  • แผลหายช้า: การไหลเวียนเลือดที่ไม่ดีและภาวะขาดสารอาหาร (โดยเฉพาะโปรตีนและวิตามิน) ทำให้กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกายเป็นไปได้ช้า
  • ความเปียกชื้น: ในผู้ป่วยที่ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ความชื้นและเชื้อโรคจากสิ่งขับถ่ายเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำลายผิวหนังรอบแผลและส่งเสริมการติดเชื้อ

หัวใจสำคัญของการดูแลแผล: หลักปลอดเชื้อและความชุ่มชื้นที่เหมาะสม

  1. หลักปลอดเชื้อ (Aseptic Technique): เป็นกฎเหล็กข้อแรกและสำคัญที่สุด ทุกขั้นตอนต้องสะอาดที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่บาดแผล ตั้งแต่การล้างมือของผู้ดูแล, การใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ, ไปจนถึงการไม่สัมผัสส่วนที่ต้องสัมผัสแผลโดยตรง
  2. การทำความสะอาดแผลอย่างนุ่มนวล: เป้าหมายคือการกำจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อดีที่กำลังสร้างขึ้นใหม่
  3. การรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการหายของแผล: แผลที่ชุ่มชื้นพอเหมาะ (Moist Wound Healing) จะหายเร็วกว่าแผลที่แห้งกรัง การเลือกวัสดุปิดแผลที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญมาก

ขั้นตอนการทำแผลอย่างปลอดภัย (Step-by-Step)

คำเตือน: การทำแผลเปิดหรือแผลกดทับในระยะลึกควรทำโดยแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพ ผู้ดูแลในครอบครัวสามารถเรียนรู้เพื่อทำแผลถลอกตื้นๆ หรือแผลที่ไม่ซับซ้อนได้ แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด

1. การเตรียมอุปกรณ์และผู้ดูแล

  • เตรียมผู้ดูแล: ล้างมือให้สะอาด 7 ขั้นตอนด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจล
  • เตรียมสถานที่: เลือกบริเวณที่สะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ ปิดพัดลมเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
  • เตรียมชุดทำแผล (Sterile Dressing Set): จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดไว้ในถาดหรือภาชนะที่สะอาด ได้แก่ ชุดทำแผลปลอดเชื้อ (มีสำลี, ผ้าก๊อซ, ปากคีบ), น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution), ถุงมือสะอาดและถุงมือปลอดเชื้อ, วัสดุปิดแผลที่เหมาะสม, พลาสเตอร์หรือเทปยึด และถุงสำหรับทิ้งขยะติดเชื้อ

2. การนำผ้าปิดแผลเก่าออกและประเมินแผล

  1. ใส่ ถุงมือสะอาด (ไม่ใช่ถุงมือปลอดเชื้อ)
  2. ค่อยๆ ลอกพลาสเตอร์และผ้าปิดแผลเก่าออกอย่างนุ่มนวล หากติดแน่น ให้ใช้น้ำเกลือหยดลงบนผ้าปิดแผลเพื่อช่วยให้ลอกง่ายขึ้น
  3. สังเกตลักษณะสิ่งคัดหลั่งที่ติดอยู่บนผ้าปิดแผลเก่า (ปริมาณ, สี, กลิ่น)
  4. ทิ้งผ้าปิดแผลเก่าและถุงมือลงในถุงขยะติดเชื้อ

ประเมินแผล: สังเกตลักษณะของแผล ขนาด, ความลึก, สีของพื้นแผล (สีแดงสดคือเนื้อดี, สีเหลืองคือเนื้อตาย, สีดำคือเนื้อตายที่แห้งแข็ง) และปริมาณสิ่งคัดหลั่ง

3. การล้างแผลให้สะอาด

  1. ล้างมืออีกครั้ง แล้วเปลี่ยนไปใส่ ถุงมือปลอดเชื้อ (Sterile Gloves)
  2. ใช้ปากคีบ (Forceps) ที่อยู่ในชุดทำแผล คีบสำลีชุบน้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution) บีบพอหมาด
  3. เช็ดทำความสะอาดจากในแผลออกนอกแผล หรือจากบนลงล่างเสมอ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคจากผิวหนังรอบๆ เข้าสู่แผล ห้ามเช็ดย้อนกลับไปมา และเปลี่ยนสำลีก้อนใหม่ทุกครั้งที่เช็ด
  4. เมื่อแผลสะอาดดีแล้ว ให้ใช้ผ้าก๊อซปลอดเชื้อซับผิวหนังรอบๆ แผลให้แห้งอย่างเบามือ

4. การเลือกและปิดแผลด้วยวัสดุที่เหมาะสม

  • การเลือกวัสดุปิดแผล: มีความสำคัญอย่างยิ่งและควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาล วัสดุปิดแผลมีหลายชนิด เช่น แผ่นโฟม (Foam Dressing) สำหรับแผลที่มีสิ่งคัดหลั่งมาก, ไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloid) สำหรับแผลตื้น, อัลจิเนต (Alginate) สำหรับแผลที่มีเลือดซึม เป็นต้น
  • การปิดแผล: วางวัสดุปิดแผลลงบนแผล ให้คลุมเลยขอบแผลออกมาเล็กน้อย แล้วใช้พลาสเตอร์หรือเทปทางการแพทย์ยึดให้เรียบร้อย โดยไม่ให้ตึงหรือรัดแน่นจนเกินไป

สัญญาณเตือน "แผลติดเชื้อ" ที่ต้องรีบพบแพทย์

หากผู้ดูแลสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ต้องรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที อย่าพยายามรักษาเอง:

  • ปวด: แผลมีอาการปวดมากขึ้นกว่าเดิม
  • บวม: ผิวหนังรอบๆ แผลบวม แข็ง หรือร้อนกว่าปกติ
  • แดง: มีรอยแดงแผ่ขยายออกจากขอบแผล
  • หนอง: มีสิ่งคัดหลั่งขุ่นข้น สีเหลืองหรือเขียว และอาจมีกลิ่นเหม็น
  • ไข้: ผู้ป่วยมีไข้หรือหนาวสั่น

การดูแลแผลเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความรู้ ความใส่ใจ และความแม่นยำทางเทคนิคสูง เพื่อให้แผลหายเร็วที่สุดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

บริการดูแลผู้ป่วยติดเตียงคุณภาพสูงจากศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง บ้านแสนรัก

โดยเฉพาะ การทำแผลทุกครั้งของเราจะยึดตาม หลักปฏิบัติการพยาบาลที่ปลอดเชื้อ (Aseptic Technique) อย่างเคร่งครัด เราเลือกใช้วัสดุปิดแผลสมัยใหม่ (Modern Wound Dressings) ที่เหมาะสมกับลักษณะของแผลแต่ละชนิด เพื่อส่งเสริมกระบวนการหายของแผลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ท่านจึงสามารถวางใจได้ว่าบาดแผลของคนที่ท่านรักจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์ ลดความเจ็บปวด และป้องกันการติดเชื้อได้อย่างดีที่สุด ให้เราเป็นผู้ดูแลภาระที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญนี้ เพื่อให้ท่านได้มีเวลาดูแลด้านอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่

"ให้บ้านแสนรัก ดูแลคนที่คุณห่วงใย ด้วยหัวใจที่อบอุ่น"

Share

    Leave a comment

    Your email address will not be published. Required fields are marked *